Untitled-1

ทำตาสองชั้น Upper Blepharoplasty...

ประโยชน์จากการทำตาสองชั้น คือ เพิ่มความสวยงามและเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ให้กับคนที่มีปัญหาหน้าตาบนม้วนพับลงมาปิดบังทัศนวิสัยใ...

เสริมจมูก

เสริมจมูก Rhinoplasty...

การเสริมจมูกเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ซับซ้อนใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย การเสริมจมูกสามารถเสริมบุคลิกให้ดูดี ดูเด่นขึ้นมาทันที ...

เก็บถุงใต้ตา

ศัลยกรรม เก็บถุงใต้ตา Lower Blephar...

การทำตาล่างเนื่องจากเปลือกตาล่างห้อย หรือหย่อนทำได้โดยการกรีดใต้แนวขอบตาล่าง หรือใต้ขนตา ตัดเอาถุงไขมันใต้ตาออก ประมาณ 1/2 - 3/4 ส่วน ถ้าตัดออกมามากจะ...

lip

การผ่าตัดตกแต่งริมฝีปาก Lip Surgery...

ริมฝีปากได้รูปที่สวยงามนั้นเป็นจุดดึงดูดใจ สำคัญไม่แพ้ตาหรือจมูก เช่นกัน ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งริมฝีปากนั้น อาจจะมีปัญหาเรื่องขนาดขอ...

ศัลยกรรมความงาม

Untitled-1

ทำตาสองชั้น Upper Blepharoplasty

ประโยชน์จากการทำตาสองชั้น คือ เพิ่มความสวยงามและเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ให้กับคนที่มีปัญหาหน้าตาบนม้วนพับลงมาปิดบัง...

ผิวพรรณและเลเซอร์

tr-lift

TR Lift ยกกระชับใบหน้า และรูปร่างด้วยไหมละลาย

สมัยก่อนเมื่อมีปัญหาคิ้ว หรือหนัวตาตก ผิวหย่อนคล้อย คางสองชั้น มีริ้วรอยบริเวณคอ หลายคนมักนึกถึง...

ลดน้ำหนักกระชับสัดส่วน

Untitled-2

ฉีดลดน้ำหนักโดย แอลคาร์นิทีน Injection to loss weight

เราจะอธิบายเกี่ยวกับตัว แอลคาร์นิทีนให้ได้อ่านกันนะค่ะ ว่ามันคืออะไรแล้วเกี่ยวกับการลดน้ำหนักได้อย่างไร แอลคารืนิทีน (L-Canitine) เป็นกร...

สาระความรู้เรื่องการทำศัลยกรรม

1

ข้อดีและข้อเสียของการเสริมหน้าอก

ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีสองด้านเสมอไม่เว้นแม้แต่การศัลยกรรมผ่าตัดทำหน้าอกก็เช่นกันโดยมีข้อดีคือทำให้ไซส์บิ๊กบึ้มขึ้น 1-2 คัพอย่างรวดเร็ว...

ข้อดีและข้อเสียของการเสริมหน้าอก

Untitled-1

ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีสองด้านเสมอไม่เว้นแม้แต่การศัลยกรรมผ่าตัดทำหน้าอกก็เช่นกันโดยมีข้อดีคือทำให้ไซส์บิ๊กบึ้มขึ้น 1-2 คัพอย่างรวดเร็วทันใจ รวมทั้งยังเรียกความมั่นใจด้วยความสวยเซ็กซี่และหุ่นดีขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มบุคคลิกให้ดูดีและแต่งตัวให้สวยได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ข้อเสียนั้นมันก็อยู่ที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังต้องเสี่ยงกับการเจ็บตัวและผลข้างเคียงที่จะได้รับเช่นมีแผลเป็น, แผลติดเชื้อ, รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปไม่เหมือนตอนผ่าตัดใหม่ๆ รวมถึงเสี่ยงต่อความรู้สึกของคนรอบข้างที่อาจรับไม่ได้หรือไม่ชอบอะไรที่ฝืนธรรมชาติ

สำหรับขั้นตอนการผ่าตัดนั้นการเลือกที่จะให้แผลผ่าตัดเกิดขึ้นบริเวณใดนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนไข้และความชำนาญของศัลยแพทย์ เรามาลองดูกันถึงข้อดีและข้อเสียของแผลผ่าตัดยอดฮิตที่นิยมเลือกกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

1.แผลรักแร้จะมีขนาด 2-3 เซนติเมตรที่ด้านในของรักแร้บริเวณกึ่งกลางตำแหน่งของแผลมักเลือกบริเวณที่มีรอยลึกที่สุดของรักแร้เพื่อช่วยให้แผลเป็นในรอยร่องรักแร้เดิม โดยมีข้อดีที่หากดูแลแผลดีก็จะมองไม่ค่อยเห็นชัดเจนหลังผ่าตัด รวมทั้งถ้าเย็บปิดแผลดีๆ แผลเป็นก็จะเนียนมากจนแทบสังเกตไม่เห็น ส่วนข้อเสียก็คือหากต้องแก้ไขหลังผ่าตัดครั้งแรกอาจต้องเปิดแผลตำแหน่งอื่นๆ เช่นหัวนมหรือราวนม และปัญหาอีกอย่างคือมันไกลจากตำแหน่งเต้านมทำให้การเลาะเปิดช่องใส่เต้านมอาจเปิดช่องว่างได้ไม่มากพอโดยเฉพาะการเสริมเหนือกล้ามเนื้อ นอกจากนี้แผลยังจะเจ็บมากกว่าแผลที่หัวนมหรือฐานนม

2.แผลหัวนมหรือปานนมมีข้อดีอยู่ตรงที่เมื่อหายดีแล้วจะเห็นแผลไม่ชัดเจน ขณะที่ข้อเสียก็คือหากแผลมีปัญหาอักเสบหรือบวมมากก็จะเห็นชัดมากเนื่องจากแผลอยู่ที่กลางหัวนม รวมทั้งยังมีผลต่อการให้นมบุตรในกรณีที่มีหัวนมขนาดเล็กอาจมีอาการชาในช่วงแรกเนื่องจากการผ่าตัดต้องผ่าผ่านท่อน้ำนมที่มีความเชื่อกันว่าอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคในท่อน้ำนมไปยังตำแหน่งที่วางถุงเต้านมจึงทำให้มีโอกาสเกิดพังผืดขึ้นได้

3.แผลใต้ราวนม ซึ่งเป็นแผลผ่าตัดที่สาวๆ พากันกดไลค์ท่วมท้น จะอยู่ที่รอบพับพอดีทำให้มองไม่ค่อยเห็นแผลในขณะที่ยืนหรือนั่ง ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะลงแผลต่ำกว่ารอยพับใต้ราวนมเล็กน้อยเพื่อให้แผลเป็นถูกบังโดยเต้านมจนแทบมองไม่เห็น ส่วนข้อเสียนั้นแทบจะไม่มีจะพบได้ก็ในคนที่มีเนื้อนมน้อยจนไม่มีขอบใต้ราวนมให้ปิดแผล แต่ทั่วไปแล้วศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงมักจะวางแผลเลือกแผลเข้าที่เข้าทางได้ดีไว้แล้ว

4.แผลทางสะดือมีข้อดีที่การเย็บแผลแทบไม่เห็นที่เต้านมเลยและเจ็บปวดน้อยเพราะการส่องกล้องจะขยายช่องทางเล็กๆ ขณะเดียวกันข้อเสียก็มาจากการส่องกล้องที่จะต้องมีการผ่านหน้าท้องทำให้บางครั้งหลังผ่าตัดอาจเห็นแผลเป็นรูปตัว v ที่ผนังหน้าท้องเหนือสะดือได้บ้างในบางราย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์เช่นเดียวกัน

ประเภทของการเสริมหน้าอกที่นิยม

Untitled-1

สำหรับการ เสริมหน้าอก นั้นมันไม่จำเป็นต้องพึ่งมีดหมอด้วยการทำศัลยกรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมีอีกหลายทางเลือกมากมายก่ายกองให้เราได้ลองเลือกใช้ให้เหมาะกับตัวของเราเอง โดยวันนี้เราจะพาไปดูกันว่าบรรดาสาวๆ นิยมเพิ่มความอึ๋มกันด้วยวิธีไหนบ้าง

1.เสริมเพิ่มเติมหน้าอกอย่างเร่งด่วนด้วยตัวช่วยจากภายนอกเช่นการเสริมหน้าอกด้วยฟองน้ำหรือซิลิโคนเสริมหน้าอก ซึ่งยุคนี้มีบราเสริมฟองน้ำหรือจะทำให้อกสบึมอย่าง doom doom ทั้งหลายหรือจะเป็นซิลิโคนเสริมทรวงอกที่มีทั้งแบบชิ้นเดี่ยวและชิ้นคู่ให้สอดใส่เข้าไปใต้บราหรือจะเย็บติดบราไปเลยก็ทำให้หน้าอกตู้มขึ้นได้อย่างรวดเร็วทันใจ รวมทั้งยังมีรุ่นเพิ่มลมกำหนดขนาดได้เองอย่าง magic pump up ให้จัดหนักจัดเต็มได้ตามใจชอบ

2.เพิ่มหน้าอกด้วยการออกกำลังกายบริหารหน้าอก ซึ่งแม้จะไม่ส่งผลโดยตรงแต่มันก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ช่วยให้ต่อมนมใหญ่ขึ้นรวมทั้งกล้ามเนื้อแข็งแรงและเฟิร์มขึ้นจนทำให้หน้าอกแน่นขึ้นและมีเนินอกเพิ่มขึ้นนั่นเอง

3.นวดหน้าอกด้วยครีมทรวงอกหรือครีมนวดหน้าอกที่สกัดจากธรรมชาติ 100% และไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายที่จะทำให้ฮอร์โมนสูงผิดปกติ ซึ่งวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มขนาดด้วยวิธีธรรมชาติ

4.อัพไซส์ด้วยการใช้ยาคุม, อาหารเสริมเพิ่มหน้าอก, อาหารเสริมอกอึ๋ม, ยาเพิ่มหน้าอกให้ใหญ่หรือยาเม็ดเพิ่มหน้าอกทั้งหลาย รวมไปถึงหมากฝรั่งคุกกี้ที่มีส่วนผสมของกวาวเครือที่กินแล้วทำให้ใหญ่บึ้ม

5.การสวมใส่บราดี ๆ และถูกวิธีก็มีส่วนทำให้หน้าอกเล็กหรือใหญ่ขึ้นได้เหมือนกัน โดยการใส่บราที่ไม่ได้คุณภาพหรือบราเสริมฟองน้ำสำหรับสาวอกเล็กที่ชอบใส่กันนั้นมันจะเบียดเนื้อหน้าอกให้ไหลไปด้านข้างทำให้หน้าอกเล็กกว่าที่ควรแถมหน้าอกห่างอีกด้วยและมีเนื้อล้นใต้รักแร้แทน ดังนั้นจึงควรเลือกบราที่มีคุณภาพที่ช่วยเก็บเนื้อหน้าอกทั้งหมดและกระจายน้ำหนักหน้าอกได้ดีรวมทั้งป้องกันหน้าอกหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร

6.สำหรับสาวที่ไม่มีเวลาอาจหาสปาดีๆ ซักที่แล้วเลือกซื้อครีมบำรุงหน้าอกไปนอนให้เค้านวดให้ก็สบายไม่น้อย ซึ่งสนนราคาก็ขึ้นอยู่กับบรรยากาศและสถานที่โดยตกอยู่ที่ราวชั่วโมงละ 1,500-4,000 บาท

7.ใช้เครื่องนวดขยายหน้าอกที่มีทั้งระบบ Manual และ Digital ซึ่งการทำงานของมันก็คือการใช้ระบบสูญญากาศดูดหน้าอกเราเข้าไปในกรวยรูปหน้าอกทีละนิดแต่บางรุ่นก็เป็นแบบดูดแล้วปล่อย ช่วยบริหารกล้ามเนื้ออกให้แข็งแรงและกระชับขึ้นและกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดที่อกทำงานได้ดีขึ้นพร้อมทั้งยังนำสารอาหารไปเลี้ยงอีกด้วย

8.ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมทรวงอก ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมกันมากในชั่วโมงนี้ เป็นทางเลือกของคนมีตังค์เงินถุงเงินถังที่อยากได้ดั่งใจโดยไม่ต้องรอให้เสียเวลามากมาย

9.การฉีดสารอาหารหรือการฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปในหน้าอก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่จากญี่ปุ่น ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อัพไซส์ได้อย่างปลอดภัยจนทำให้หลายๆ คนลืมการผ่าตัดศัลยกรรมกันไปเลยทีเดียว

 

การดูแลหลังการเสริมหน้าอก

Untitled-1

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะทำด้วยการดมยาสลบแล้วให้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืนเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ แต่หลังจากนั้นมันก็ต้องมีขั้นตอนการดูแลหลังการผ่าตัดซึ่งแยกออกเป็นได้หลักๆ ดังนี้

การนอนนั้นควรเลือกนอนท่านอนหงายในสัปดาห์แรกเพื่อให้ถุงเต้านมอยู่กับที่ในระหว่างการหายของแผลตรงบริเวณในหน้าอก และให้งดการทำงานบ้านหรืออุ้มเด็กและขยับแขนไปมาอย่างรวดเร็วในช่วง 3 วันแรก หลังจากนั้นจึงทำงานบ้านได้ตามปกติแต่ก็ห้ามยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักราว 2 สัปดาห์ และเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ก็ทำกิจกรรมได้ตามปกติหากไม่ปวดมากขณะที่ออกกำลังกายควรใส่สปอร์ตบราเอาไว้ด้วย

การดูแลแผลหลังเปิดแผลได้ 1-2 วันสามารถเอาผ้ายืดที่พันหน้าอกออกได้แล้วใส่สปอร์ตบราแทนเพื่อไม่ให้มีอาการเจ็บปวดมากและพยายามขยับตำแหน่งแต่ละข้างให้เท่ากันโดยหากบราที่ใส่ครั้งแรกไซส์เล็กไปควรเปลี่ยนทันที ขณะที่หลังการผ่าตัดไม่ควรซื้อบราใหม่เยอะจนเกินไปเพราะเต้านมจะยุบบวมลงอีกและยกทรงที่ใช้จริงๆ จะไซส์เล็กกว่าเดิมเล็กน้อย

การอาบน้ำในวันที่ 2 หลังการผ่าตัดสามารถทำได้แต่เมื่อแผลถูกน้ำให้ใช้ผ้าเช็ดตัวซับน้ำให้แห่งโดยอย่างถูหรือขยี้บริเวณแผลผ่าตัดเด็ดขาด และไม่ควรแช่ในอ่างอาบน้ำเพราะจะทำให้แผลแช่น้ำนานมีโอกาสอักเสบได้

แผลเป็นจะเห็นได้ชัดในช่วง 2-3 เดือนแรกโดยจะมีสีเข้มและหนาก่อนที่จะค่อยๆ จางลงและนิ่มจนเป็นปกติใน 1 ปี ดังนั้นระยะแรกหลังผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงการอาบแดด 2 สัปดาห์โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกต้อง 4 สัปดาห์เลยทีเดียว

ส่วนการขับรถนั้นทำได้หากไม่มีอาการปวดและเคลื่อนไหวแขนได้ โดยทั่วไปถ้าขับรถเกียร์ออร์โต้และพวงมาลัยพาวเวอร์ในวันที่ 6-7 ก็สามารถขับรถได้แล้วแต่ไม่ควรขับระยะทางไกลเพราะจะหมุนพวงมาลัยได้ช้า ขณะที่หากใช้เกียร์กระปุกควรรอให้หายปวดจนเป็นปกติราว 2 สัปดาห์

การเสริมหน้าอกอาจมีการกระทบกระเทือนเส้นประสาทความรู้สึกบ้างหลังจากผ่าตัดอาจมีอาการเจ็บแปลบๆ ในบางตำแหน่งจากการที่เส้นประสาทรับความรู้สึกเหล่านี้ค่อยๆ ดีขึ้น แต่หากมีอาการปวดและบวมแดงหรือเขียวก็ควรรีบกลับไปให้แพทย์ตรวตทันที

ปกติแล้วเต้านมของเราทั้งสองข้างมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้นหลังการผ่าตัดหน้าอกแต่ละข้างก็จะแตกต่างกันไปโดยข้างหนึ่งเจ็บแต่อีกข้างไม่เจ็บ หรือบางทีข้างหนึ่งบวมเป่งกว่าอีกข้างหนึ่งก็เป็นไปได้ แต่หลังจากแผลการผ่าตัดหายสนิทแล้วหน้าอกทั้งสองข้างก็จะกลับมาดูใกล้เคียงกันเหมือนธรรมชาติ

การเลือกสถานบริการในการเสริมหน้าอก

IMG_2715

การที่เราจะลงมือหรือเลือกทำอะไรสักอย่างนั้นมันควรที่จะต้องไตร่ตรองให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและได้ผลตามที่ต้องการ โดยเฉพาะการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยดังนั้นเราจึงควรศึกษาให้รอบคอบเพราะหากศัลยกรรมไปแล้วเกิดไม่ถูกอกถูกใจมันไม่ใช่แก้ให้กลับมาตรงใจได้ง่ายๆ

สำหรับสาวน้อยสาวใหญ่ที่กำลังเล็งๆ สถานที่คลินิค, โรงพยาบาลหรือสถานบริการศัลยแพทย์เสริมหน้าอกนั้นควรคำนึงถึงสิ่งสำคัญและเหตุผลข้อมูลที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกศัลยแพทย์เสริมหน้าอกดังต่อไปนี้เพื่อเอาไว้เป็นแนวทางการตัดสินใจให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

ประการแรกที่ทุกท่านหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นนั่นก็คืองบประมาณในการผ่าตัดเสริมเพิ่มเติมความสะบึมอึ๋มที่ปรารถนาว่าเราสามารถชำระภาระหนี้ก้อนนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาตามมาในอนาคต รวมทั้งยังต้องคำนึงถึงสิ่งที่จำเป็นต้องแถมมาในภายหลังอย่างเช่นผลที่ออกมาเป็นที่ประทับใจหรือไม่ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการต้องเสียตังค์ซ้ำซากไปกับการแก้ไขในภายหลัง

เราอยากได้หน้าอกไซส์ไหนหรือคัพใดที่คุณต้องการเนื่องจากศัลยแพทย์เสริมหน้าอกแต่ละแห่งอาจมีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านแตกต่างกันออกไปในการที่จะใส่ซิลิโคนให้ได้ขนาดเล็กหรือใหญ่ได้มากเพียงใด ดังนั้นจึงต้องตอบโจทย์ในใจของเราเองให้ได้เสียก่อนว่าต้องการไซส์ไหนและแบบใด

การผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นมันมีหลากหลายรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นการเสริมแบบปกติ, การเสริมกระชับยกหน้าอก, แก้ไขหน้าอกที่มันใหญ่บิ๊กบึ้มจนเกินไป, แก้ไขเสริมหน้างานหรือแก้ในส่วนที่เสริมมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องค้นคว้าหาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบครบทุกด้านพร้อมทั้งเลือกศัลยแพทย์เสริมหน้าอกที่ต้องการจากความเชี่ยวชาญและชำนาญของแพทย์ในการเสริมอึ๋มแต่ละเคสด้วย

การตัดสินใจเลือกแพทย์ศัลยกรรมนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับผลงานของแพทย์เสริมหน้าอกด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจศึกษาได้จากข้อมูลรูปภาพก่อนและหลังการศัลยกรรม และพัฒนาการของซิลิโคนหรือบุคคลหลังเสริมหน้าอก รวมไปถึงความพึงพอใจของคนไข้ เช่นเดียวกับผลการสำรวจความพึงพอใจของการเสริมหน้าอก ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้ไม่ยากในยุคไซเบอร์ที่โลกแคบเพียงปลายนิ้วสัมผัสคีย์บอร์ดเท่านั้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

สถานที่บริการเสริมหน้าอกก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลยเพราะการเสริมหน้าอกไม่ใช่การรักษาชิลๆ อย่างคนไข้ที่เป็นหวัดหรือเจ็บท้อง แต่มันเต็มไปด้วยความซีเรียสมากมายเทียบเท่าได้กับการผ่าตัดใหญ่ได้เลยทีเดียว โดยขึ้นตอนการเสริมหน้าอกไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ศัลยแพทย์เพียงผู้เดียวแต่ยังรวมไปถึงทีมวางยาสลบและแพทย์โรคทั่วไปที่จะคอยเฝ้าดูอาการ

 

การเสริมหน้าอก

Untitled-1

ก่อนอื่นต้องยอมรับกันเลยว่านอกจากรูปร่างหน้าตาของฝ่ายหญิงยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่ต้องตาต้องใจทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่อดใจไม่ไหวที่จะสายตาซุกซนจนแทบทุกคนต้องจ้องไปมองด้วยความเสน่หานั่นก็คือ “หน้าอก” นั่นเอง ซึ่งสมัยก่อนนั้นทั้งสาวน้อยสาวใหญ่คงต้องก้มหน้าก้มตาทำใจกันว่าคุณพ่อคุณแม่ให้มาขนาดไหนก็ได้แค่นั้น แต่ปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจนเราก้าวเข้าสู่ยุค 3G-4G ทำให้บรรดาสาวๆ มีทางออกที่จะแก้ปัญหาด้วยการไปทำศัลยกรรมทำหน้าอกให้มันบิ๊กบึ้มสะบึมเสริมอึ๋มเพื่อเรียกความมั่นใจกันได้ไม่ยากหากมีทุนทรัพย์ ซึ่งรวมไปถึงเหล่าสาวข้ามเพศที่แห่กันไปทำกันไม่น้อยเลยทีเดียวจนเหลียวมองแล้วบางทียังแย่งไม่ออกกันเลยว่าสาวแท้หรือเทียม

แม้การศัลยกรรมทำหน้าอกในยุคนี้จะมีให้เห็นกันเกลื่อนกลาดแต่สาวๆ ซึ่งอาจโดนล้อว่าจอแบนหรือไม่พอใจในไซส์ของตัวเอง ที่จะไปพึ่งมีดหมอคงต้องขอให้คำนึงถึงขนาดที่จะเพิ่มด้วยเพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีตังค์ก็อยากใหญ่ตู้มได้ทุกคนเนื่องจากมันขึ้นอยู่กับฐานนมเดิมของคุณด้วยอย่างเช่นขนาดนมเดิมของคุณมีเส้นรอบวงที่แคบหรือเส้นผ่าศูนย์กลางราว 10 เซนติเมตรและรอบใต้อกไม่กว้างอย่างชายอกสามศอกรวมทั้งยังมีขนาดแค่ 70-75 เซนติเมตร แถมนมยังมีเนื้อเพียงน้อยนิดคุณก็อาจเสริมหน้าอกจากคัพ A75 ได้ประมาณคัพ B75 แบบไม่ฝืนเนื้อเยื่อธรรมชาติของคุณเอง ขณะเดียวกันหากคุณมีฐานนมที่ใหญ่และกว้างรวมทั้งเส้นผ่าศูนย์กลางเยอะแถมด้วยเนื้อเพียบคุณก็จะได้ไซส์ใหญ่ตามใจปรารถนา

สำหรับการเลือกขนาดที่จะเสริมหน้าอกนั้นการใส่ถุงเต้านมจะเล็กใหญ่เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับการยืดหยุ่นของหน้าอกและเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาได้ โดยเราจะสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่ากล้ามเนื้อยืดหยุ่นได้เพียงพอหรือไม่นั่นก็คือเวลาผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจต้องกำหนดขนาดสำรองของขนาดที่ต้องการหากไม่ได้ดังที่ตั้งใจเอาไว้

อย่างไรก็ดีบางท่านที่ได้ยินได้ฟังมาว่ามีการเสริมหน้าอกแบบไม่ต้องนวดนั้นมันมีทั้งจริงและไม่จริงดังนี้คือคนที่เนื้อและไขมันเยอะรวมทั้งนมคล้อยยานอยู่แล้วหรือทำการนวดมาก่อนเป็นประจำจนทำให้ไม่เป็นพังผืดเมื่อมาอัพไซส์ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้ดีคุณก็ควรนวดไว้จะดีกว่าโดยเพียงแค่นวดคลึงเบาๆ เพื่อให้ช่องเนื้อเยื่อที่เจาะใส่ซิลิโคนมีพื้นที่ไม่เป็นพังผืดอย่างสม่ำเสมอซักปีก็จะดีเลยทีเดียว ส่วนระยะเวลาในการนวดนั้นเอาแค่นวดจนรู้สึกนิ่มมือก็พอและขอให้นวดทุกวันมันก็จะสวยเหมือนของจริงเลยล่ะ

ครั้งหน้าทางอัคราคลีนิคจะมีบทความดีๆมาฝากอีกนะค่ะ

บทความโดยอัครา คลีนิค

ทำตาสองชั้น Upper Blepharoplasty

Untitled-3

ประโยชน์จากการทำตาสองชั้น คือ เพิ่มความสวยงามและเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ให้กับคนที่มีปัญหาหน้าตาบนม้วนพับลงมาปิดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น การทำตาสองชั้นช่วยให้ใบหน้าสวยงามและดูอ่อนวัยขึ้น การทำตาสองชั้นเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาไม่นานประมาณ 30-40 นาที

การผ่าตัดทำตาสองชั้นมี 3 ขั้นตอน
1. การตัดหนังตาออกบางส่วน แพทย์จะตัดหนังตาออกมามากน้อยแค่ไหนหรือจะไม่ตัดหนังตาออกเลยขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อยของหนังตา
2. การตัดถุงไขมันออก เช่นเดียวกับหนังตา คือแพทย์จะตัดออกมามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับคนไข้ว่ามีไขมันมากน้อยแค่ไหน ในบางกรณีจะไม่ตัดออกเลย เช่น ถ้าคนไข้เบ้าตาลึกอยู่ก่อนแล้ว
3. การเย็บทำตาชั้นใหม่ การผ่าตัดตาสองชั้นจะสวยหรือไม่สวย ชั้นตาจะคมชัดแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้ ซึ่งต้องทำในทุกรายถ้าเย็บชั้นตาไม่ดี จะไม่สวย ชั้นตาจะตื้นและหย่อน

การทำชั้นสูงหรือต่ำ แพทย์ต้องพิจารณาจากใบหน้า ลูกตาและเปลือกตา เช่นความห่างระหว่างหัวตา ความห่างระหว่างคิ้วกับตา จมูกโด่งหรือแบน ลูกตาเล็กหรือลูกตาใหญ่ และจุดประสงค์ของคนไข้ กรณีตาโปนควรทำชั้นตาเล็ก จะดูดีกว่าทำชั้นตาใหญ่

ปกติการทำตาสองชั้นมักอยู่ได้ 5-10 ปี ไขมันที่ตัดออกจะมีมาใหม่ ก็ใช้เวลา 5-10 ปี เพราะหนังที่กั๊กไขมันและหนังตาจะมีการหย่อนตามอายุ

การทำตาสองชั้น จะไม่เกี่ยวข้องกับตีนกา เพราะบางรายอาจจะเข้าใจว่า การทำตาบนจะแก้ไขตีนกาได้ แต่ช่วยแก้ไขหางตาที่ตกและชี้ลงโดยที่หนังตาไม่หย่อน โดยการย้ายห่างตาให้ยกขึ้นได้

หลังทำ
เรื่องของอาการบวม ปกติอาการบวมจะมีประมาณ 5-7 วัน บางคนอาจจะมีอาการบวมมากกว่า 15-20 วัน เพราะโครงสร้างเนื้อเยื้อมีเซลล์ไม่เหมือนกัน สามารถลดอาการบวมได้โดยการประคบน้ำแข็งหรือผ้าเย็น 24-48 ชั่วโมงไปแล้วให้ประคบอุ่น จะช่วยลดบวมและให้นอนหนุนหมอนสูง

ภาพคนไข้ที่เข้ารับบริการทำตาสองชั้น และได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพเรียบร้อยแล้ว

upper-eye1 upper-eye2

ฉีดลดน้ำหนักโดย แอลคาร์นิทีน Injection to loss weight

Untitled-2

เราจะอธิบายเกี่ยวกับตัว แอลคาร์นิทีนให้ได้อ่านกันนะค่ะ ว่ามันคืออะไรแล้วเกี่ยวกับการลดน้ำหนักได้อย่างไร แอลคารืนิทีน (L-Canitine) เป็นกรดอนิโนชนิดหนึ่งที่ผลิตได้ที่ตับ (เป็นสารที่ผลิตได้ในร่างกายของคนเรา) หน้าที่หลักของ แอลคาร์นิทีน จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆเข้าไปใช้ใน เซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ดังนั้นเมื่อร่างกายขาดหรือมี แอลคาร์นิทีนไม่เพียงพอก็จะทำให้มีไขมันสะสมได้ และจากการศึกษาโดยเอาเซลล์ไขมันของคนอ้วนมาดู พบว่าแทบจะไม่มีแอล คาร์นิทีมเลย ดังนั้นความสัมพันธ์นี้เอง ทีมงานวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า กลไกการลำเลียงไขมันเพื่อไปใช้ หากถูกขัดขวางด้วยวิธีใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันได้ แต่หากใส่สารนี้เพิ่มเข้าไป ก้จะส่งผลให้อัตราการเผาพลาญของไขมันสะสมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยอีกหลายชิ้นที่สนับสนุนผล การลดไขมันของคนอ้วน โดยการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยได้ให้แบ่ง วัยรุ่นที่อ้วนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้รับประทาน แอลคาร์นิทีนขนาด 2g/วัน อีกกลุ่มได้ยาหลอก (Placebo) โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัด อาหารให้มีแคลลรี่เท่าๆกัน และมีการออกกำลังกายขนาดปานกลางเหมือนกัน หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมาจึงทำการวัดน้ำหลักตัวอีกครั้ง พกว่ากลุ่มที่ได้รับ แอล คาร์นิทีนน้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 11 ปอนด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ และปริมาณไขมันในกระแสเลือดก็ลดลงอย่างมีนัย ดังนั้นจึงมีการทำ แอล คาร์นิทีนเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก ผู้เชียวชาญแนะนำว่า หากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยสารธรรมชาติแอลคาร์นิทีนต้องใช้ขนาดอย่างน้อย 1,000 mg/วัน และหากคุณมีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) มากกว่า 25 ปริมาณการใช้จะสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งมีงานวิจัที่ยืนยันความปลอดภัยจาก การใช้ว่า แอลคาร์นิทีนยังไม่มีผลทางลบแม้จะรับประทานในขนาดสุงถึง 4,000 mg/วัน แม้จะเป็นคนที่มีดัชนีมวลร่างกายไม่ถึง 25ก็ตาม ยิ่งมี่แอลคาร์นิทีนเยอะก็ยิงทำให้ร่างการสามารถเอาไขมันไปใช้ได้มากขึ้นช่วยลดไขมันที่สะสมตามร่างกายได้อย่างดีเลยค่ะ เพราะปกติคนเราจะมีการใช้พลังงานตลอดเวลาอยู่แล้ว คือการหายใจ การสร้างสารต่างๆในร่างกาย นอกจากนั้นถ้ามีการออกกำลังกายซึ่งปกติร่างกายจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นแล้ว แอลคาร์นีทีมก็จะช่วยเพิ่มการเอาไขมันไปใช้ให้มากขึ้นไปอีก ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น แอลคาร์นีทีมยังมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจและช่วยด้านการทำงานของตับอีกด้วย โดยแบบฉีดนี้มีมานานแล้ว ใช้กันมากในการรักษาเด็กที่มีปัญหาเรื่อง Fatty Acid Metabolism แต่ตอนนี้ก็เริ่มเอามาใช้ในการลดความอ้วนอีกด้วย โดยแบบฉีดนี้จะได้ปริมาณแอลคาร์นิทีมแบบเต็มๆเลย เพราะฉีดเข้าเส้นเลือดดำโดยตรงแอลคาร์นิทีมทั้งหมดสามารถกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่ต้องผ่านการย่อยและดูดซึมเลย ร่างกายได้ใช้อย่างเต้มที่ จึงทำให้เห็นผลรวดเร็วและแน่นอนกว่าแบบกิน

ตอนนี้เราคงอยากรู้แล้วว่า แอลคาร์นิทีนมีผลข้างเคียงใหม่ มีผลเสียหรือป่าว คำตอบก็คือแอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ร่างกายสร้างได้ จึงไม่เป็นอันตรายที่จะใส่เพิ่มเข้าไป ดังนั้นจึงไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ถ้าใช้อย่างถูกวิธี และปริมาณไม่มากจนเกินไป ซึ่งถ้าเป็นแบบกินก็ไม่ห่วงเรื่องปริมาณมากเกิน สำหรับการฉีดนั้น จากที่มีการศึกษามาวันหนึ่งสามารถฉีดได้ถึง 4,000 mg ถ้าไม่เกินจากนี้ก็ไม่มีอันตรายใดๆ ร่วมกับต้องฉีดอย่างถูกวิธีและสะอาด

ลดน้ำหนักโดยใช้ยา Weight Reduction

ยาลดน้ำหนัก

1. ยาลดน้ำหนักที่สั่งผ่าน อ.ย.
ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (ยาลดความหิว) ผู้ที่จะใช้ยากลุ่มนี้ต้องรับยาที่คลีนิคด้วยตนเองเท่านั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

2. Xenical
เป็นยากลุ่มที่ใช้เพื่อนยับยั้งการดูดซึมไขมันที่มาจากมื้ออาหารในแต่ละมื้อ (ใช้กับอาหารที่มีปริมาณไขมันค่อนข้างสูง) โดยกินพร้อมกับอาหารทั้ง 3 มื้อ ยาชนิดนี้ปลอดภัยมากเพราะไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย

TR Lift ยกกระชับใบหน้า และรูปร่างด้วยไหมละลาย

tr-lift

สมัยก่อนเมื่อมีปัญหาคิ้ว หรือหนัวตาตก ผิวหย่อนคล้อย คางสองชั้น มีริ้วรอยบริเวณคอ หลายคนมักนึกถึงการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกไปก่อนเย็บแผลเก็บไว้บริเวณ หลังใบหูหรือบริเวณหนังศรีษะ ทำให้ต้องพักพื้นนานและยังมีรอยแผลเป็นให้เห็นและค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงอีกด้วย ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ ไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องพักพื้นนาน นั้นคือการยกกระชับใบหน้า ด้วยไหมละลาย PDO (Polydioxanone) ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ประโยชน์มีมากกว่าการดึงหน้า

tr-lift2

ไหมชนิดนี้มีการใช้ในวงการแพทย์มานานสิบปี เพื่อเย็บเนื้อเยื้อเกี่ยวพันหรือเส้นเลือดในร่างกาย ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์กรอาหารและยาทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำมาร้อยบริเวณผิวหนังทั้งใบหน้าและลำตัว

- แก้ปัญหาคิ้วตกและหนังตาตก
- แก้ปัญหาโหนกแก้มต่ำ
- แก้ปัญหามุมปากตก แก้มหย่อนคล้อย รูปร่างไม่คมได้รูป
- แก้ปัญหาคางสองชั้น และริ้วรอยบริเวณลำคอ
- แก้ปัญหาปลายและสันจมูก ไม่ได้รูป ปลายคางไม่ชี้งอน
- ช่วยยกทรวงอก
- แก้ปัญหาผิวหย่อนใต้ท้องแขน
- ช่วยให้เอวคดได้รูป ยกกระชับผิวหน้าทองที่ย่อนคล้อยและสร้างชิคแพคสำหรับผู้ชาย
- ช่วยยกปั้นท้ายให้งอนสวย
- แก้ปัญหาผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น รอยแตกลายหน้าท้อง เซลลูไลท์

ไหมละลายชนิดนี้แตกต่างจากไหมละลายชนิดอื่นอย่างไร
ไหม PDO เป็นไหมละลาย ซึ่งร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกไปจนหมด ภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแตกต่างจากไหมละลายยกกระชับใบหน้าชนิดอื่นในสมัยก่อน อย่างไหมแอปทอส (Aptos) ซึ่งมีลักษณะเป็นพันปลา ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่ละลายหลังทำมักพบรอยซ้ำมากและต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงหากทำผิดวิธีทำให้ใบหน้าไม่สมดุล ต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาไหมเก่าออกไปก่อนร้อยไหม และยังไม่สามารถร้อยบริเวณลำตัวได้ ขณะที่ไหมทอง (Gold Thread) ประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ มีโลหะเป็นองค์ประกอบเป็นไหมชนิดที่ไท่ละลายเช่นกัน ข้อดีคือไม่ต้องพักพื้นนาน ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูง และต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเพราะไม่สามารถทำเลเซอร์หรือนวดหน้าด้วยคลื่นวิทยุได้เหมือนคนทั่วไป เพราะอาจจะทำให้ไหมทองดูดซับความร้อนและขาดในผิวได้ นอกจากนี้บางรายอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ทองคำบริสุทธิ์ที่เป็นองค์ประกอบ หากเกิดปัญหาต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาเส้นไหมออกไปและไม่สามารถนำมาร้อยกรัชับผิวลำตัวได้เช่นกัน ไหม PDO จัดว่าเป็นละลายชนิดเดียวที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงกว่าไหมละลายชนิดอื่น อย่างไหมละลาย Catgut ซึ่งมักพบรอยซ้ำได้นานถึง 20 วัน หรือไม่ละลาย Polyglactic ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ในช่วง 60-90 วันหลังเนื่องจากไหมชนิดนี้จะมีรูพรุนอยู่มากทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและละลายหายไปเร็วภายใน 3 เดือน ทำให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดผังผืดหรือเส้นใยที่ดึงรั้งผิวเกิดเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น

tr-lift3

ไหมละลาย PDO ที่ดีมีลักษณะอย่างไร
ไหม PDO ที่ดีจะมีลักษณะของเส้นไหมสอดอยู่ในเข็ม ทีมีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อ เพื่อให้การร้อยไหมทำได้ง่ายและปลอดภัย โดยแพทย์จะประเมินใบหน้า และรูปร่างก่อนว่าควรร้อยไหมในตำแหน่งใด จำนวนกี่เส้นขึ้นกับปัญหา และผิวหย่อนคล้อยที่มีอยู่เดิม ก่อนทำแพทย์จะทายาชาในตำแหน่งก่อนร้อยไหมจากนั้นจะร้อยตามแนวที่ประมาณเอาไว้ โดยสอดเข้มเข้าไปจนสุดเพื่อปล่อยเส้นไหมไว้ในผิวโดยไม่ต้องกังวลว่าเข็มจะหลุดเข้าผิว เพราะมีปลายปีกผีเสื้อป้องกันไว้ ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย อาจจะพบรอยแดงซ้ำตามแนวที่ร้อยไหมได้บ้าง รว่มกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักพื้น 1 สัปดาห์ ต่อมาจะพบว่าผิวเริ่มตึง และกระชับขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากร่างกายจะกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมที่ร้อยทำให้ผิวมีการดึงรั้งมากขึ้นและตึงกระชับขึ้น จะเห็นผลได้ชัดใน 1-2เดือนหลังทำ และคงอยู่ได้นาน 1-3 ปี หลังทำไม่ควรทำเลเซอร์หรือหัตการใดๆ กับใบหน้า 2 สัปดาห์โดยประมาณ และไม่ควรนวดหน้าหรือลำตัวแรงๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหม 2 เดือนโดยประมาณ และหากร้อยไปแล้วยังไม่ได้ผลเป้นที่น่าพอใจ เช่นตึงไปหรือยังไม่ตึงเป็นที่น่าพอใจ ก็สามารถฉีดแก้ไขหรือร้อยเพิ่มเส้นไหมได้ตามแพทย์จะเห็นเหมาะสม

tr-lift4

 

ผงสาหร่ายรักษาปัญหาสิว Spongilla

spongilla2

คือผงสาหร่าย Spongilla Lacustris ซึ่งในผงประกอบด้วยผนึก Silica และผนึก Calcium หลายชนิด Spongilla เมื่อขัดบนผิวร่วมกับสาร Activator ผนึกเล็กๆจะผ่านชึ้นผิวหนังเข้าไป และออกซิเจนจากสาร Activator จะเข้าไปทำลายเชื้อ P. Acne และแบคทีเรียอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว

ผลลัพธ์ที่ได้จาก Spongilla
1. ฆ่าเชื้อ P. Ance และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
2. กระตุ้นให้เกิดการหลุดออกของผิวชั้นนอก ลดการอุดตันของผิวที่เสือมสภาพ
3. ลดความมันของผิว
4. ลดการอักเสบ ลดการเกิดรอยดำจากสิว

วิธีใช้ Spongilla
1. ผสม Spongilla กับ Activator ในภาชนะเซรามิค หรือแก้วเท่านั้น แล้วขัดเบาๆบนผิวหน้าที่สะอาดและแห้งประมาณ 7-10 นาที จะมีการแสบระคายผิวเล็กน้อย
2. การขัดให้วนเป็นวงกลม จากกึ่งกลางหน้าออกไปจนทั่วใบหน้า
3. ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำให้ใช้แบบ Shower ชะล้างผิวไม่ควรใช้มือถูบนผิว เพราะผนึกบางส่วจะยังติดอยู่บนผิว เพื่อการทำงานอย่างต่อเนื่อง ถ้าลูบไปอาจจะเกิดการแสบระคายเคืองได้ ผนึกจะหลุดออกไปหมดภายใน 2-3 วัน
4. ซับหน้าให้แห้งแล้วทา Oil Free Moisturizer บนผิวหน้าซึ่งจะมีอาการแดงแต่จะหายภายใน 24 ชั่วโมง
5. ควรทำตอนเย็น หลีกเลียงการโดนแสงแดด หรือถ้าจำเป็นต้องไปเจอแดดทันทีหลังจากทำให้ทาครีมกันแดดในปริมารที่เพียงพอ
6. ผิวหน้าจะแห้งและอาจจะมีการลอกของผิวภายใน 3-5 วัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ควรใช้ Moisturizer และครีมกันแดดทุกวัน
7. ใช้ Spongilla 2 ครั้ง / สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นในกรณีทีมีปัญหาสิวรุนแรง

ข้อดีของ Spongilla
1. Spongilla เป็นสาหร่ายธรรมชาติ
2. เห็นผลทันที่ตั้งแต่การใช้ครั้งแรก สิงจะแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด
3. ชัดเฉพาะผิวชั้นบน ไม่กระทบผิวชั้นใน จึงไม่เกิดผมข้างเคียงเหมือนการขัดผิวอื่นๆ
4. สามารถใช้ได้กับผิวทุกประเภท แก้ปัญหาสิวได้ถึง 1 อย่างในหนึ่งเดียว